วิธีเลือกเครื่องลงเวลาสำหรับ SME

← กลับหน้าบล็อก

Buying Guide · คู่มือการเลือกซื้อ

วิธีเลือกเครื่องลงเวลาทำงานสำหรับ SME ฉบับเข้าใจง่าย

อัปเดตล่าสุด : 23 สิงหาคม 2026


การเปลี่ยนจากการเซ็นชื่อหรือเครื่องตอกบัตรแบบเดิม มาเป็นเครื่องลงเวลาทำงานดิจิทัล ช่วยลดปัญหาการลงเวลาแทนกัน คำนวณเงินเดือนผิดพลาด และงานเอกสารของฝ่ายบุคคลได้มหาศาล แต่ในตลาดมีหลายรุ่นหลายราคา บทความนี้สรุป 6 ปัจจัยสำคัญ ที่ธุรกิจ SME ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อ

1

จำนวนพนักงานและการเติบโต

ดูว่าเครื่องรองรับผู้ใช้ได้กี่คน และเผื่อการขยายทีมในอนาคต เช่น AIO20 รองรับ 800 ใบหน้า / 500 ลายนิ้วมือ / บันทึกได้ 100,000 รายการ เพียงพอสำหรับ SME ถึงองค์กรขนาดกลาง

2

วิธีสแกนที่เหมาะกับหน้างาน

เลือกใบหน้า ลายนิ้วมือ บัตร หรือรหัส ให้เหมาะกับสภาพแวดล้อม อ่านเพิ่มได้ในบทความ สแกนใบหน้า vs ลายนิ้วมือ

3

การเชื่อมต่อ (WiFi / LAN)

รุ่นที่มี WiFi ในตัวติดตั้งง่าย ไม่ต้องเดินสาย LAN ให้ยุ่งยาก เหมาะกับออฟฟิศเช่าหรือพื้นที่ที่เดินสายลำบาก

4

ซอฟต์แวร์และค่าใช้จ่ายรายปี

ระวังรุ่นที่คิดค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์รายปี ควรเลือกรุ่นที่แถมโปรแกรมคำนวณเวลาฟรี เช่น ZKTime 5.0 ที่ไม่มีค่าใช้จ่ายรายปี

5

เมนูภาษาไทยและการซัพพอร์ต

เมนูไทยและคู่มือไทยช่วยให้ทีมใช้งานเองได้ และควรเลือกผู้ขายที่มีบริการหลังการขายและสอนใช้งาน

6

ต่อยอดเป็นระบบคุมประตูได้ไหม

ถ้าอนาคตอยากคุมการเข้า-ออกด้วย เลือกรุ่นที่รองรับ Access Control ในตัว จะประหยัดกว่าซื้อใหม่ทีหลัง

⚠️ ข้อควรระวังก่อนซื้อ

  • อย่าดูแค่ราคาเครื่อง ให้ถามค่าซอฟต์แวร์รายปีและค่าติดตั้งด้วย
  • เช็กว่ามีอะไหล่และบริการซ่อมในไทยหรือไม่
  • ถามให้ชัดว่าดึงข้อมูลออกเป็น Excel เพื่อคำนวณเงินเดือนได้จริงไหม

สรุป: รุ่นที่แนะนำสำหรับ SME

ถ้าต้องการเครื่องเดียวที่ครบ ทั้งลงเวลาและคุมประตู มีเมนูไทย WiFi ในตัว ดูข้อมูลผ่าน LINE และแถมซอฟต์แวร์ฟรี รุ่น AIO20 เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับ SME ไทย ดูสินค้าทั้งหมดได้ที่ หน้าสินค้า